“เสี่ยนิคม” จับมือขอโทษสาวเสิร์ฟ ที่ได้ตบหน้าเธออย่างแรง และได้ถอนแจ้งความ!!(รายละเอียด)

0
123

อีกหนึ่งเรื่องราวที่เรานำมาเสนอ ที่โซเชียลกำลังให้ความสนใจและติดตาม จากกรณีที่พนักงานเสิร์ฟอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกลูกค้ารายใหญ่ที่มาใช้บริการตบหน้าอย่างแรง เนื่องจากตนเองได้กล่าวเตือนว่าไม่สามารถจะสูบบุหรี่ในพื้นที่ของโรงแรมได้ และพนักงานรายนี้อยากได้รับความเป็นธรรม เมื่อตนเองทำตามกฎ รักษาความถูกต้อง แต่กลับถูกรังแกนั้น

โดยพนักงานคนดังกล่าวเล่าว่า หนูเป็นพนักงานเสิร์ฟโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา เย็นวันที่ 6 พฤศจิกายนมีลูกค้ามาใช้บริการมื้อค่ำ เป็นผู้จัดการและเจ้าของสวนอุตสาหกรรมนวนครโคราช มาทานอาหารกับข้าราชการตำแหน่งใหญ่ในอยุธยา แต่เค้าต้องการที่จะสูบบุหรี่ในห้องอาหาร หนูบอกไม่ได้ ผิดกฎหมายและผิดกฎของโรงแรมหนูจึงไม่ยอมให้ลูกค้า คนนี้สูบบุหรี่

เขาก็ไม่พอใจเดินเข้ามาตบหน้าหนูอย่างแรง หนูอายเพื่อนๆ มากค่ะและเจ็บมากด้วยค่ะ แถมยังเมาโวยวายปาแก้วเหล้า แสดงอำนาจใหญ่โตและพูดว่าให้รู้จักด้วยว่าเขาเป็นใคร หนูกลัวมากค่ะ หนูเป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ ทำงานหาเลี้ยงชีพ หนูอยากขอความเมตตาพี่ช่วยหนูด้วยนะคะ หนูอยากได้ความเป็นธรรมค่ะ ป.ล.น้องเป็นสาวประเภท 2 นะ

ด้าน นายปริตา หรือ น้องแนท อายุ 25 ปี สาวประเภทสองซึ่งมีใบหน้าสวย และเป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ได้เข้าพบ ร.ต.อ.กวิน จุ้ยรอด พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้ามาแจ้งความถูกลูกค้าที่มาใช้บริการทำร้ายร่างกาย โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

นายปริตา เปิดเผยว่าในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 6 พ.ย. มีลูกค้าจำนวนเกือบ 10 คนมารับประทานอาหารที่ห้องอาหารวีไอพี โดยเปิดสองโต๊ะ อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารแบบจีน หลังจากลูกค้าเข้ามานั่งได้สักพักได้มีชายคนหนึ่งเข้ามาถามตนว่าท่านอยากจะสูบบุหรี่ ซึ่งได้หันไปที่ชายที่ใส่สูท ตนจึงเดินเข้าไปพร้อมกับชายดังกล่าวแล้วบอกว่า ไม่สามารถสูบได้ในห้องนี้ เนื่องจากไม่มีระบบระบายควัน

อีกทั้งยังเกรงว่าจะทำให้สัญญาณเตือนภัยที่จับควันในการป้องกันอัคคีภัยจะดัง จึงไม่สามารถสูบได้ ชายที่ใส่สูทและทราบภายหลังว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงในนิคมอุตสาหกรรมย่านที่ราบสูง ก็แสดงอาการไม่พอใจ เดินตามตนออกมา จากนั้นก็ตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ก่อนที่จะกลับไปนั่งที่เดิม โดยไม่มีใครว่าอะไร ตนจึงแจ้งกับหัวหน้างานและไปบอกเจ้าของโรงแรม ซึ่งเมื่อเจ้าของโรงแรมมาพูดคุยบอกว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ ชายดังกล่าวยิ่งแสดงความไม่พอใจ แล้วบอกว่า”คุณรู้มั้ยว่าผมเป็นใคร ผมรู้จักกับนาย..นักการเมืองชื่อดัง อย่ามีปัญหา จากนั้นก็หยิบแก้วขว้างใส่บนโต๊ะหมุนกระจก แล้วพยายามจะงัดแผ่นกระจกเพื่อที่จะทุ่ม แต่ยกไม่ได้ จากนั้นก็เดินออกไปหน้าห้อง ปัดแก้วและถ้วยชามแตกกระจาย ก่อนที่จะออกจากโรงแรมไป

นายปริตา กล่าวว่าหลังจากเกิดเหตุได้ไปแจ้งความกับตำรวจสภ.พระนครศรีอยุธยา ในวันรุ่งขึ้น แต่คดีไม่คืบ ตนจึงได้ขอคลิปภาพวีดีโอวงจรปิดแชร์ไปยังโลกโซเชียล ต้องการขอความเป็นธรรม แล้วมาพบตำรวจเพื่อให้ดำเนินการกับชายดังกล่าว ซึ่งหลังแจ้งความทราบว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดทางที่ราบสูง ดูแลด้านอุตสาหกรรม หลังเกิดเหตุมีผู้ใหญ่หลายคนพยายามมาขอให้ยุติ แต่ตนไม่ยอม จึงจะขอความเป็นธรรมต่อไป

ทั้งนี้บทสนทนาของพนักงาน รร.ใน จ.อยุธยา กับข้าราชการที่ต้องการสูบบุหรี่ภายในห้อง จนเป็นเหตุทำให้เธอโดนตบหน้าอย่างจังต่อหน้าผู้คนที่ยืนดูอยู่

เด็กเสิร์ฟ : ท่านขา ในห้องนี้ไม่สามารถสูบบุหรี่ได้นะคะ

ข้าราชการ : มึงท้าทายกูเหรอ? เพียะ!!

ด้าน นายสุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suvinai Pornavalai ระบุว่า กระชากหน้ากากนายสุรสีห์ / เพจ เปาบุ้นจุ้น นายสุรสีห์ เคยเป็นนักข่าวบันเทิงอยู่ที่หนังสือพิมพ์ข่าวสด เดินสายนักเลงชอบเล่นการพนัน ได้เข้าไปทำงานที่นวนคร เพราะตามไปรับใช้ พล.อ.อัครเดช ศศิประภา หรือ เสธ.แอ๊ว อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานกรรมการบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) ที่เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา

ซึ่ง นายสุรสีห์ ได้บารมี เสธ.แอ๊ว ไปหากินจนมีฐานะดีขึ้นมา ก่อนที่ เสธ.แอ๊ว จะเสียชีวิตก็ได้ประกาศตัดขาดไม่ให้ นายสุรสีห์ มายุ่งเกี่ยวด้วย เพราะมีนิสัยนักเลงและมักทำตัวกร่างอยู่บ่อยครั้ง

ด้าน พ.ต.อ. อนุสรณ์ วะยะคำ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ โดยส่วนตัวตนเองมองว่าแม้อีกพนักงานเสิร์ฟจะพูดจาไม่ดีใส่ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำร้ายเขา ถ้าด่ามาจนถึงขั้นผิดกฎหมายก็ให้กระบวนการทางกฎหมายเป็นตัวตัดสินแทน

ทั้งนี้ การออกหมายเรียก นายสุรสีห์ แห่งศรีสุวรรณ ผู้อำนวยการโครงการเขตอุตสาหกรรมนวนคร จ.นครราชสีมา รับทราบข้อกล่าวทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งเป็นหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาพบ จะยื่นขอศาลเพื่ออนุมัติหมายจับทันที

ล่าสุด ทั้ง2 ฝ่ายคือ นายปนิตา คชประภา อายุ 25 ปี สาวประเภทสอง พนักงานโรงแรม และนายสุรสีห์ แห่งศรีสุวรรณ ผอ.โครงการเขตอุตสาหกรรมนวนครสูงเนิน จ.นครราชสีมา ได้มาพบพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นทั้งคู่ก็ได้พูดคุยตกลงเจรจากันโดย นายปนิตา ได้ขอให้ นายสุรสีห์ กล่าวขอโทษ พร้อมทั้งเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ถูกตบหน้าไป 1 ครั้ง ซึ่งนายสุรสีห์ก็ได้ขอโทษต่อหน้าตำรวจ พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นก็ควักเงินสด 40,000 บาท ให้กับผู้เสียหาย เพื่อเป็นค่าสินไหมทดแทน ซึ่งผู้เสียหายก็พอใจและไม่ติดใจในการดำเนินคดีอีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางแพ่งและทางอาญา ก่อนจะขอถอนแจ้งความทันที จากนั้นทั้งคู่ก็แอบกองทัพสื่อมวลชนหนีออกไปทางอื่น

ด้านผู้เสียหาที่โดนตบก็โพสต์เฟซบุ๊กว่า กราบขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้บังคับการ ท่านผู้กำกับและเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่าน ฝ่ายบริหารโรงแรมและเพื่อนๆพี่ๆสื่อมวลชนและสื่อ Social ทุกท่าน น้องแนทขอแจ้งว่าตอนนี้น้องแนทได้รับความเป็นธรรมและคำขอโทษจากท่าน ผอ. สุรสีห์ แห่งศรีสุวรรณ เรียบร้อยแล้วนะคะน้องแนทน้อมรับคำขอโทษจากท่านโดยไม่ติดใจเอาความและถือว่าได้รับเกียรติและศักดิ์ศรีของแนทคืนมาค่ะ กราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจน้องแนทนะคะ

เป็นยังไงบ้างสำหรับข่าวที่เรานำมาเสนอในวันนี้ หวังว่าทุกท่านคงถูกใจติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่นี้คุณจะไม่พลาดทุกเหตุการณ์

ข้อมูลจาก:khstars

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here