“ยศที่ว่าใหญ่แล้ว หัวใจเขาใหญ่กว่า” ผกก. มารับอาชีพวิน จยย. ลั่น”ครอบครัวต้องสบาย”

0
66

“ยศใหญ่แค่ไหน แต่หัวใจติดดิน” จาก ผกก. มาเป็นวิน จักรยานยนต์ ก็แค่ “หัวโขน” ไม่ยึดติดถอดหัวโขนจากผู้กำกับยศ พันตำรวจเอก เปลี่ยนมาเป็นคนขับวินมอไซค์รับจ้าง ท่านคือ พันตำรวจเอกธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ คุณลุงอู๊ด อายุ 62 ปี เป็นอดีตตำรวจจังหวัดชลบุรี

ยึดรายได้เสริมภายหลังจากปลดเกษียณเป็นวินมอไซค์รับจ้าง หมายเลข 16 ประจำทางเข้าปากซอยของศูนย์อบรมตำรวจภูธรภาค 2 ของจังหวัดชลบุรี พวกเราไปฟังเรื่องราวที่น่าดึงดูดกันดีกว่า

พันตำรวจเอกธีระศักดิ์ เล่าย้อนประวัติส่วนตัวให้ฟังว่า สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 จังหวัดชลบุรี ปี 2519 รับราชการตำรวจมาโดยตลอด จนถึงเรียนจบระดับปริญญาตรีก็สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่งงานกับนางลำไพ พบศิลา หรือเจ๊กุ้ง อายุ 57 ปี มีลูก 3 คน เป็นชาย 1 หญิง 2 ปี 58 เลือกปลดเกษียณราชการก่อนเวลาในตำแหน่งสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ จังหวัดชลบุรี ยศ พันตำรวจโท รวมทั้งได้รับรางวัลโดยการกล่าวเชิดชูเกียรติยศจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มตำแหน่งให้อีก 1 ชั้น เป็น พันตำรวจเอก

จุดเริ่มต้นการมาขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีเหตุที่เกิดจากครอบครัวเผชิญปัญหาทางการเงิน สมัยก่อนคุณลุงเป็นเพียงแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย ในขณะนั้นติดตำแหน่งสิบตำรวจโทได้เงินเดือนน้อยไม่พอต่อรายจ่าย ก็เลยขอความเห็นกับเมียว่าต้องหารายได้พิเศษเพื่อเพิ่มความยั่งยืนและมั่นคงทางด้านการเงินให้กับครอบครัว ก็เลยตกลงใจกับเมียว่าพวกเราทั้งสองจะขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นรายได้เสริม เนื่องมาจากอาชีพนี้มีเวลาดูแลลูกๆได้อย่างมาก และก็เป็นการหาเงินเสริมที่ไม่ต้องไปเอารัดเอาเปรียบคนไหนกัน และไม่จำเป็นต้องกระทำในสิ่งที่ตำรวจไทยไม่สมควรทำ ขี่มาเรื่อยๆกว่า 20 ปี ในเวลานี้ออกมาจากตำรวจแล้วหลังจากนั้นก็ยังมาขี่วินฯแบบเต็มเวลา

คุณลุงอู๊ด บอกต่อว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ไม่เคยแสดงตัวหรือบอกคนใดเลยว่าเป็นตำรวจ เว้นเสียแต่มีเหตุจำเป็นจริงๆแค่นั้น เป็นต้นว่า ระหว่างขับรถไปพบเหตุวิวาทก็เลยจะแสดงตัวเข้าห้ามปรามช่วยยับยั้งเหตุ หรือหลายครั้งที่มีประชาชนเดินทางมาจากชนบทแล้วไม่มีบ้านพักนั่งริมถนนเพื่อเดินทางต่อรอคอยรถยนต์หรือรอคอยพี่น้องมารับในตอนกลางคืนก็จะให้การช่วยเหลือชวนไปนอนพักที่บ้าน ถ้าประชาชนรู้สึกไม่ไว้ใจก็เลยจะแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ ไม่ต้องกลัวไปนอนหลบฝนหลบยุงที่บ้านได้ ทำมาตลอดจนสร้างความตรึงใจ แล้วก็ได้มิตรภาพดีๆกลับมาเยอะแยะ หลายๆคนเชื่อถือรักเคารพเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

นอกนั้นยังหาเงินด้วยการรับจ้างเป็นยามเฝ้าโรงน้ำแข็งในช่วงกลางคืน รวมทั้งรับจ้างเฝ้าร้านทอง ก่อนหน้าที่ผ่านมาเจ้าของธุรกิจหลายที่ไม่ยอมรับไม่อยากที่จะให้ดำเนินงานด้วย เนื่องจากว่ามีความเห็นว่ามียศตำแหน่งสูงก็จะต้องชี้แจงให้เขารู้เรื่องว่า ผมไม่ได้ทำสิ่งผิดกฎหมาย หรือไม่ถูกทำนองคลองธรรมใดๆก็ตามการมาหาอาชีพเสริมก็ไม่ได้เบียดบังเวลาการทำงานราชการ ซึ่งถึงแม้ว่าผมจะเป็นตำรวจดูแลพลเมืองให้อยู่อย่างสุขสบายแล้ว ผมยังควรมีหน้าที่พ่อปฏิบัติหน้าที่ผู้นำครอบครัวต้องดูแลให้ทุกชีวิตในครอบครัวสุขสบาย แฮปปี้ด้วยเช่นเดียวกัน เจ้าของกิจการก็เลยยินยอมให้ปฏิบัติงานด้วย

อดีตตำรวจน้ำดี กล่าวจบท้ายว่า ต้องการฝากบอกทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำรวจว่าอย่ายึดติดกับยศ แล้วก็ตำแหน่งมากจนเกินความจำเป็น มันเป็นเสมือนหัวโขน เวลาเจริญก้าวหน้าก็มีคนสรรเสริญเยินยอ เวลาตกทุกข์หมดอำนาจบุญบารมีก็มีคนดูถูก ไม่มีผู้ใดสุจริตใจ อาชีพซื่อสัตย์เป็นอาชีพที่สูง ขอให้ดูแลครอบครัวให้ดีเยี่ยมที่สุด เนื่องจากว่าในที่สุดแล้วผู้ที่อยู่กับพวกเราเสมอเป็นครอบครัวของพวกเรานั่นเอง

ขอขอบคุณ : เดลินิวส์ คอลัมน์ คนดีของสังคม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here