ชีวิตไม่สิ้น ก็ดิ้นกันต่อไป “กิจโตเกียว” เด็กชายวัย 14 ที่สู้ชีวิตเพื่อพ่อกับแม่

0
513

“กิจโตเกียว” เด็กสู้ชีวิตที่หาเลี้ยงชีพเองมาตั้งแต่ ป.1 ตื่นตีห้ามาขายปาท่องโกทุกรุ่งเช้า รวมทั้งเข็นรถไปขายโตเกียวตั้งแต่ตอนเลิกเรียนถึงสามทุ่ม

กิจเป็นเด็กอายุ 14 ที่ช่วยบิดามารดา ขายสินค้า มาตั้งแต่ ป.1 และไม่เคยมีวันหยุด นาฬิกาชีวิตของเขาเริ่มต่อสู้ตั้งแต่ตีห้าจนกระทั่งสามทุ่ม

ทุกยามเช้าธุระจำต้องตื่นตีห้า มาชงไมโล กาแฟ รวมทั้งเอาปาท่องโกที่แม่ธุระทอด ขึ้นรถรถจักรยาน ปั่นขายทั่วหมู่บ้าน

แล้วต่อจากนั้นก็รีบไป รร. หลังเลิกเรียน ก็รีบมาขายโตเกียวที่ตลาด จนกระทั่งสามสี่ทุ่ม

แม่ของน้องกิจมีปัญหาเรื่องข้อเท้าทำให้เดินไม่ค่อยได้ พ่อน้องกิจประกอบอาชีพลูกจ้าง เงินไม่พอใช้

น้องกิจเลยบอกพ่อว่าเรามาทำโตเกียวดีไหม เด็กๆที่โรงเรียนถูกใจรับประทาน นั้นก็เลยเป็นจุดกำเนิดของ “กิจโตเกียว”

กิจเป็นเด็กที่มีความสุจริตใจมากมาย น้องพูดซื่อๆในทุกคำตอบ

แม้กระนั้นเป็นคำตอบ ที่ทำให้คนวัยยี่สิบกว่าอย่างพวกเรา ได้แม้กระนั้นถามตนเองว่า บนโลกนี้จะมีเด็กอายุ 14 ที่สุภาพ แม้กระนั้นไม่อ่อนแอแบบงี้ สักกี่คน

หากย้อนกลับไปตอนพวกเรา ป.1 พวกเราจำไม่ได้ด้วยว่าพวกเราทำอะไรเป็นบ้าง แต่ว่าสำหรับ “กิจ” นั้น เป็นจุดกำเนิดของ “กิจโตเกียว”

การทำงานหารายได้ช่วยแม่ที่เจ็บป่วย แล้วก็บิดาที่ทำอาชีพก่อสร้าง เพื่อหารายได้ส่งตัวเองเรียน แล้วก็เมื่อเขาเติบโตมาจนกระทั่งอายุ 14 ปี

ขณะที่ความสบายหลังเลิกเรียนของเขาก็หายไป เนื่องจากว่าเขาจำเป็นต้องเข็นรถเข็นไปขายโตเกียวตั้งแต่เลิกเรียนจนกระทั่งสามทุ่มทุกวี่วัน…ไม่มีวันหยุด

แต่ละปัญหาที่พวกเราถามน้อง เป็นปัญหากล้วยๆดังเช่นว่า พวกเราถามคำถามว่าน้องมีเป้าหมายสูงสุดอะไรที่อยู่ในชีวิตขณะนี้

น้องกล่าวว่า น้องต้องการทำทุกๆอย่างให้เป็น น้องต้องการมองเห็นคุณพ่อคุณแม่ นอนสบายๆวันใดวันหนึ่ง หรือได้ท่องเที่ยวแบบที่คนอื่นๆบ้าง

คุยไปครู่หนึ่งเริ่มสนิทกัน พวกเราถามกิจว่า กิจ ทำไมแกพูดน้อยเลยอะ หรือแกเมื่อยล้า กิจกล่าวว่า ผมไม่ค่อยชอบพูด แต่ว่าผมชอบทำงานมากมายๆเลยนะครับ

พี่ปอนต้องการรับประทานไส้ไหนเป็นพิเศษไหมครับผม ผมจะตั้งอกตั้งใจทำให้ เห็นพี่มาไกล (เชี่ยยย เด็กอายุ 14 คิดอย่างนี้ได้จริงดิ)

อีกหนึ่งความน่ารักน่าเอ็นดูเป็น ระหว่างขายกระทั่งดึกดื่น น้องนั่งยิ้มให้ลูกค้าตลอดระยะเวลา น้องไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีวิทยุ หรืออะไรใดๆก็ตาม

พวกเราถามน้องว่า ไม่เหงาหงอยหรอ อยู่เฉยๆอย่างงี้ ตั้งหลายชั่วโมง น้อบอกว่า ผมกลัวลูกค้าหาย เดี๋ยวผมไม่มีเงินไป รร.

น้องกล่าวจบพร้อมหัวเราะแบบเขินๆการพบกับน้อง พวกเราไม่สามารถที่จะนำเสนอ เป็นตัวอักษรได้ ว่ามันสวยสดงดงามมากแค่ไหน

มันเพิ่มเติมพลังใจ ให้พวกเราดำเนินงานมากแค่ไหน พวกเราต้องการให้ทุกคน ทดลองพบกับน้องเอง รอยยิ้มของน้องแจ่มใส และก็มีพลังมากมายจริงๆ

ท้ายที่สุดพวกเราถามกิจว่า สำหรับกิจ บิดามารดาสื่อความหมายเช่นไร กิจตอบสั้นๆว่า “เท่าชีวิตครับ”

ตอนท้ายแล้วชีวิตอาจจะเป็นแบบงี้ล่ะมั่ง พวกเราบางทีอาจสร้างมาให้สู้กับชีวิตตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเรามี 1 วันเสมอกัน

โดยกิจเริ่มเร็วกว่าผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย และก็เลิกช้ากว่าหลายๆงาน ของกินทั้งหมดทุกอย่างที่ธุระทำ พวกเรามิได้ซื้อซ้ำเนื่องจากว่าความเห็นใจอะไร

แต่ว่ามันมีรสชาติที่กลมกล่อมละมุนละไมอยู่ในนั้นจริงๆกิจตั้งมั่นทำทุกชิ้น จนกระทั่งพวกเราได้แม้กระนั้นสงสัยว่า เพราะอะไรเด็กอายุ 14 ถึงมีสมาธิและก็รักในสิ่งที่ตัวเองทำเป็นขนาดนี้

บางโอกาสผู้ที่เป็นแรงดลใจ ก็ไม่ใช่ผู้ที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่ว่าบางทีอาจเป็นผู้ที่ยิ้มให้ กับชีวิตตลอดมาอย่างกิจก็ได้

แกจะต้องสู้ต่อไปนะกิจ แกจะต้องทำแบบที่พวกเราคุยกันให้ได้นะ ถ้าเกิดไปปากเกร็ดอีก พวกเราจะไปรับประทานให้แหลกอีกรอบ แกมันโคตรน่ารักน่าเอ็นดูเลย เจ้าเด็กสู้ชีวิตของแท้!!

ปล. น้องขายอยุ่ตรงตลาดท่าน้ำปากเกร็ดนะคะ

โพสต์ดังกล่าว

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก Keptawan Kopanitcharoen, wongnai.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here